เกษตร//สร้างอาชีพ

หนุ่มแชร์ประสบการณ์ ทำงานประจำเงินเดือนไม่พอเก็บ ใช้ข้างบ้านทำสวนผักอาชีพเสริม แต่ขายดีเหลือเชื่อ

ในยุคที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจเช่นนี้ ทุกคนต้องมีความพยายามมากยิ่งขึ้น เพราะรายจ่าย ค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกวัน หลายคนพยายามหาหนทางทำมาหากินทุกวิถีทาง บ้างก็สำเร็จ บ้างก็ล้มเหลว

วันนี้เราก็มีเรื่องราวดีๆ จากสมาชิกพันทิป มานิตา ที่ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ การสร้างสวนผักข้างบ้าน หลังจากที่เป็นมนุษย์เงินเดือน รายได้ไม่พอเหลือเก็บ จึงต้องหาหนทางทำเงินเพิ่มขึ้น ด้วยการปลูกผักขาย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ จะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

เกริ่นก่อน ผมและภรรยา ต่างก็เป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานเก็บเงินได้ก้อนนึงภรรยาผมก็ลาออกมาทำร้านอาหารช่วงแรกก็ดีครับมีเงินเก็บ ผมก็กู้ซื้อบ้านเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ได้บ้านมาก็ไม่ได้อยู่ครับส่วนใหญ่กินนอนที่ร้านอาหารมีห้องนอน และผมเห็นว่ากิจการกำลังไปได้ดีผมก็เลยลาออกมาช่วยภรยา ต่อมากิจการเริ่มไม่ค่อยดีรายได้ลดลงเรื่อยๆจนเริ่มไม่ค่อยไหวเพราะต้องผ่อนบ้านและจ่ายค่าเช่าร้าน มีการกู้เงินมาพยุงร้านสักพักก็เริ่มรู้สึกไม่ไหวเลยคุยกันตกลงว่าจะปล่อยร้านและกลับมาอยู่บ้านที่ซื้อไว้ สรุปแล้วผมเป็นหนี้เป็นล้านแล้ว

ช่วงที่ร้านกำลังไม่ไหวผมก็ไปสมัครงานก็ได้งานเงินเดือนหนึ่งหมื่นก็ทำครับและพอปล่อยร้านไปแล้วภรรยาผมก็ไปสมัครงานได้เป็นครูอัตราจ้างโรงเรียนรัฐบาลซึ่งเงินเดือนรวมกันมันก็พออยู่ได้แต่มันต้องประหยัดมากเพราะต้องจ่ายหนี้ด้วย จนผมคิดว่าต้องหาอาชีพเสริมทำเพื่อให้มีเงินเพิ่มขึ้นมาบ้าง ซึ่งอาชีพเสริมของผมคือการทำผักสลัดไฮโดร งานนี้ผมเริ่มจากศูนย์เลย คือไม่มีความรู้อะไรเลย(ก่อนหน้านี้เคยปลูกเพื่อเอาผักไปใช้ที่ร้าน แล้วก็เลิกไปเพราะผักไม่สวย) บ้านที่ผมซื้อเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ เป็นบ้านหลังริมซึ่งมีพื้นที่นิดหน่อยก็เลยจัดการทำในพื้นที่ข้างบ้าน

อันนี้คือโต๊ะปลูกแรกที่ทำจริงจัง(มีก่อนหน้านี้ไม่อยากให้ดู อายจริงๆ) ทุกอย่างผมลงมือทำเองทุกขั้นตอนไม่จ้างช่างนะครับโต๊ะแรกลงทุนไประมาณ3000 บาทได้ใช้ของเก่าจากที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ด้วย

หลังจากโต๊ะแรกประสบความสำเร็จปลูกขึ้นมาและขายได้ ปลูกประมาณ2-3รอบก็คืนทุนทั้งหมดที่ลงไปแล้ว รู้สึกว่ามันไปได้และความต้องการของลูกค้ายังสูงกว่าการปลูกที่ผมทำได้ ผมเลยเพิ่มโต๊ะที่2

ผมทำเองทุกอย่าง ไม่จ้างช่างครับ ความรู้มีอยู่มากมายเราต้องหาครับ และเมื่อเข้าฤดูฝนผัเริ่มเสียหายถ้าฝนแรง


.

.

เลยต้องทำหลังคา อันนี้หลังคาโรงเรือนอันแรก ใช้ท่อ PVCทำโครงครับ

คือบ้านผมพื้นที่น้อย การที่จะปลูกที่เดียวแล้วรอจนมันขายได้มันใช้เวลานานเกินไป ไม่ทันขายผมเลยต้องแบ่งช่วงอายุผัก มีช่วงเพาะและช่วงอนุบาล


.

.

และแล้วหลังคาโรงเรือนที่ทำจากท่อ PVC ก็ทนลมฝนไม่ไหว พังลงมาผักก็เสียหายเลยต้องทำโครงหลังคาจากเหล็ก


.

.

.

เดือนนึงก็มีรายได้เพิ่มมาประมาณ 3-4พันบาท แต่รู้สึกว่าอยากให้มีผักขายได้ทุกสัปดาห์ก็เลยเพิ่มโต๊ะอนุบาลและโต๊ะปลูกอีก พื้นที่ข้างบ้านจึงมีโต๊ะปลูกจริง3โต๊ะและโต๊ะอนุบาล1โต๊ะ ส่วนขั้นอนุบาลก่อนต้นอ่อน ผมเอาไว้หลังบ้าน


.

ตอนนี้ผมก็มีผักขายทุกสัปดาห์ รายได้จากอาชีพเสริมสามารถจ่ายค่าบ้านได้เลย ปลูกมาแล้วขายใคร ขายยังไง ต้องมีคนสงสัยแน่ๆ ครั้งแรกที่ขายคือได้ผักมาก็เอามาแปรรูปครับ ช่วงแรกทำเป็นสลัดผักต่างๆขายครับ หลักๆขายในกลุ่มเฟสและไลน์

ผักเริ่มเยอะขึ้น ก็ขยายตลาด ลองเอาไปลงขายตลาดนัดดู เออมันก็ขายได้และกำไลดี ขายทั้งแบบเป็นต้นและแบบตัดใบ(ตัดใบเพราะต้นไม่สวยเลยเอามาตัดใบ) ต่อมาสลัดโรลมาก็เลยทำขาย ก็มีออเดอร์ใหญ่เข้ามาบ้าง เคยทำสูงสุด 200 กล่อง ปกติก็มีทำทุกวันวันนึงก็15-30กล่องแล้วแต่ออเดอร์


.

.

ขายไปเรื่อยๆมีช่องทางไหนขายได้ก็ขายโฆษณาได้ก็โฆษณา ผมเฟสบุ๊คเป็นพื้นที่โฆษณามาตั้งแต่แรกๆที่ทำ กลุ่มไหนไม่ผิดกฏก็โฆษณาไป หลังๆก็จะมีลูกค้าที่ซื้อผักเป็นกิโลเข้ามาเรื่อยๆ ผักผมก็ขายกิโลละ100 ไม่ลดไม่เพิ่มตามฤดู 100บาทผมอยู่ได้

ตอนนี้มีโต๊ะปลูกเพิ่มหน้าบ้าน และยังเหลือพื้นที่หลังบ้านอีกนิดหน่อยกำลังจะเพิ่ม เพราะมีลูกค้าเพิ่มตอนนี้คือไม่พอขายจริงๆ

เคยมีรายการทีวีช่อง8 มาถ่ายทำที่บ้านด้วย ตอนนี้มีรายได้จากอาชีพเสริมนี้เยอะพอสมควร และทั้งหมดทั้งมวลผมใช้เวลาประมาณ 4 ปีตั้งแต่เริ่มต้นค่อยๆทำค่อยๆเพิ่ม หาตลาดหาลูกค้าได้แล้วผมค่อยเพิ่ม ตอนนี้หนีที่มีหมดมั้ย ตอบเลยยังไม่หมดครับ ก็ผ่อนจ่ายไปเรื่อยๆ หนี้ทั้งหมดที่มีเป็นหนี้ในระบบครับ ผมไม่มีความคิดที่จะกู้นอกระบบและผมไม่ใช้บัตรเครดิตครับ บริหารจัดการเงินดีๆก็ไปได้

ปลูกที่ว่ายาก ทำการตลาดยากกว่า การบริหารจัดการยากสุด สมาชิกที่รู้สึกท้อแท้ อยากให้สู้ครับ ค่อยๆคิดค่อยๆทำ

การปลูกผัก นอกจากจะนำไปขายได้แล้ว ยังเหลือเก็บไว้กินไว้ใช้ได้อีกด้วย เป็นการใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เค้าไม่ให้ใช้ Thepop22

ที่มา : kaijeaw.com

Related Articles

Back to top button