อาม่าฮวย ชนะคดีแพ่ง ธนาคารดัง-ลูกสาว จ่ายคืนกว่า 207 ล้าน

อาม่าฮวย ชนะอีกคดี ศาลสั่งธนาคารกสิกรไทย-ลูกสาว ชดใช้ทางแพ่ง เป็นเงิน 207 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเงินแล้วเสร็จ ด้านทนายกระดูกเหล็ก ชี้คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ธนาคารทุกแห่ง อย่าไว้ใจพนักงาน

จากกรณีที่อาม่าฮวย ศรีวิรัตน์ พร้อมทนายความ ยื่นฟ้องลูกสาวต่อศาลแพ่ง กรณีเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การเบิกถอนเงินในบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่นอนป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาล สูญเงินในบัญชีไปกว่า 350 ล้านบาท วันนี้ (19 ม.ค. 66) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ

ได้เดินทางไปที่ศาลแพ่งพระโขนง เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีที่อาม่าฮวย เป็นโจทก์ฟ้องธนาคารแห่งหนึ่ง และพนักงานของธนาคาร เป็นจำเลยที่ 1-5 และนางมาวดี ศรีวิรัตน์ บุตรคนที่ 2 ของนางฮวยเอง เป็นจำเลยที่ 6 โดยศาลได้พิพากษาให้ธนาคารฯ พร้อมด้วยรองผู้จัดการสาขา, พนักงานธนาคาร และนางมาวดี ชดใช้เงินจำนวน 207 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เปิดเผยว่า ในวันนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาให้ธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง ชำระเงิน 44,645,676.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากเงินต้น 33,668,516 บาท ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยนับจากวันฟ้อง (19 พ.ย. 62) จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี โดยนับจากวันฟ้องเช่นกัน พร้อมทั้งให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี โดยนับจากวันที่ 11 เมษายน 2564 จนกว่าจะชำระเสร็จ

นอกจากนี้ยังให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 117,097,573.05 บาท พร้อมดอกเบี้ยจากเงินต้น 82,176,281.32 บาท ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยนับจากวันฟ้อง (19 พ.ย. 62) จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 อีกทั้งยังให้จำเลยที่ 4 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 6 ชำระหนี้ข้างต้นจำนวน 34,881,691.72 บาท

พร้อมดอกเบี้ยจากเงินต้น จำนวน 82,176,281.32 บาท ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยนับจากวันฟ้อง (19 พ.ย. 62) จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 พร้อมทั้งให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี โดยนับจากวันที่ 11 เมษายน 2564 จนกว่าจะชำระเสร็จ

สำหรับดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไป หากมีพระราชกฤษฎีกาปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด ก็ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยนไปบวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปีตามขอ สำหรับค่าธรรมเนียมศาลที่โจทก์ได้รับยกเว้นนั้น ให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 6

ร่วมกันนำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ และให้ร่วมกันใช้ค่าทนายความ รวม 1 แสนบาท แก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 3 และ 5 ยกฟ้อง

สำหรับคดีนี้ ศาลได้พิเคราะห์จากการกระทำของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 6 ได้กระทำการละเมิดสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเบิกถอนเงิน โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากอาม่าฮวยล้มป่วย ตรวจสอบแล้วพบว่า นางมาวดี ร่วมกับพนักงานธนาคาร จำนวน 2 คน เปลี่ยนแปลง ปลอมแปลง ลายมือชื่ออาม่าฮวย เพื่อมอบอำนาจให้นางมาวดี มีสิทธิ์เบิกถอนเงินฝากกระแสรายวัน และกองทุนบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์จัดการเงินกองทุน อีกทั้งยังพบว่ามีการถอนเงินจากบัญชี และสั่งจ่ายเช็ค รวมถึงถอนเงินจากหน่วยลงทุน เข้าไปที่บัญชีของตัวเอง

นายอนันต์ชัย ยังฝากถึงธนาคารทุกแห่งให้ดูคดีนี้ไว้เป็นตัวอย่าง อย่าไปไว้ใจพนักงานของตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำรอยขึ้นมาอีก.

 

ใส่ความเห็น