“น้องกีต้าร์” เรียนโรงเรียนวัด ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เรียนดีแต่ยากจน มุ่งมั่นสู้ชีวิตจนสอบติดหมอ ใฝ่ฝันอยากรักษาผู้คน

            ในชีวิตของคนเรานั้นมีอุปสรรคมากมายที่ต้องพบเจอ ในบางครั้งเราก็ต้องอดทนและมุ่งมั่ง เพื่อตามหาความฝันและทำความตั้งใจให้สำเร็จ ดั่งเรื่องราวของ “น้องกีต้าร์” เรียนโรงเรียนวัด ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เรียนดีแต่ยากจน มุ่งมั่นสู้ชีวิตจนสอบติดหมอ ใฝ่ฝันอยากรักษาผู้คน ว่าแล้วเราไปทำความรู้จักเธอคนนี้กันค่ะ
ผู้สื่อข่าว Thairath ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้าน ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง เพื่อตามหาว่าที่นักศึกษาแพทย์ ทราบชื่อ น.ส.อัฐภิญญา สิงหเสม หรือ น้องกีต้าร์ อายุ 17 ปี

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 นักเรียนสายวิทย์-คณิต โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ จ.ตรัง ซึ่งได้รับผลการเรียนดีลำดับที่ 1 ของโรงเรียน ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.87 และผ่านการคัดเลือกโครงการผลิตแพทย์แนวปฏิรูป ประจำปี 2562 จาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสงขลา
น้องกีต้าร์ เป็นลูกสาวของ นายสมศักดิ์ สิงหเสม อายุ 46 ปี อาชีพลูกจ้างชั่วคราวแขวงทางหลวงชนบทตรัง และ นางวัลยา สิงหเสม อายุ 50 ปี ทำอาชีพรับจ้างที่โรงงานห้องเย็น
ซึ่งที่ผ่านมานั้น น้องเรียนเฉพาะในโรงเรียนไม่มีเงินไปเรียนพิเศษ แต่ใช้วิธีการซื้อหนังสือมาอ่านที่บ้านเอง ทางด้านกิจกรรมก็เข้าร่วมและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมาโดยตลอด ได้รับรางวัลพร้อมเกียรติบัตรมากมาย

น้องกีต้าร์ ได้เผยว่า เธอรักในอาชีพหมอ เพราะเป็นความฝันสมัยเด็กๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นหมอ โดยได้รับแรงบันดาลใจเมื่อตอนที่ ตาและป้าเสียชีวิตจากโรคร้าย จึงอยากเป็นหมอเพื่อรักษาคนในครอบครัว
และคนอื่นๆ รู้สึกดีใจมากที่ได้โควตาเรียนแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ เพราะเป็นอาชีพที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก จะตั้งใจเรียนและไม่กลัวต่ออุปสรรคใดๆ
โดยเธอเผยว่า เมื่อกลับถึงบ้านจะทำการบ้านและทบทวนบทเรียนในแต่ละวัน สิ่งที่รู้สึกว่าแตกต่างกับเพื่อนคนอื่นคือ มีการแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือในเวลาว่าง และใช้วิธีการจดบันทึกในเวลาเรียนแล้วเอามาอ่านก่อนสอบ คิดว่าตนเป็นคนขยันในระดับหนึ่ง แต่ก็ใช้ชีวิตก็เหมือนเด็กทั่วไปที่ชอบดูทีวี, ฟังเพลง, เล่นมือถือบ้าง ส่วนเรื่องอาหารการกินก็เหมือนเด็กปกติทั่วไป แต่ตนไม่ชอบกินผัก

สำหรับในส่วนของเรื่องค่าใช้จ่าย ทางโรงเรียนก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และก็มีผู้ใหญ่ใจดีมอบทุนการศึกษาให้จำนวน 100,000 บาท ต้องขอบคุณโรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ ที่นอกจากจะให้ความรู้แล้ว
ยังให้ความอบอุ่นอีกด้วย เพราะเราอยู่กันแบบครอบครัว คุณครูก็ใส่ใจเด็กๆ ไม่ให้นอกลู่นอกทาง เน้นย้ำอย่างสม่ำเสมอด้านคุณธรรม จริยธรรม และการช่วยเหลือสังคม
นางวัลยา ผู้เป็นแม่ได้กล่าวด้วว่าแม่รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวลูกสาวมาก ตอนแรกก็กังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะว่าต้องใช้จ่ายเงินเยอะทั้งค่าเทอม ค่าหอ ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน แต่ก็อยากให้ลูกได้เรียน

โดยมีวิธีการเลี้ยงดูลูกคือ ไม่บังคับอะไร ส่วนมากเขาก็เป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวอยู่แล้ว เวลาไปโรงเรียนพ่อก็ไปรับไปส่งตลอด เขาก็เป็นเหมือนเด็กทั่วไป ดื้อบ้างตามวัย แต่เขาก็ตั้งใจเรียนไม่นอกลู่นอกทาง

 

ขอบพระคุณข้อมูลจาก thairath

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here