หน้าแรก บล็อก
รู้ดีแค่ไหน ก็อย่าไปยุ่ง เรื่องของคนอื่น คุณเคยเจอมั้ย… คนประเภทไม่ได้ถาม แต่ชอบออกความเห็น ก่อนออกความคิดเห็น หรือ ตำหนิ ใคร ให้ถามตัวเองก่อน ว่า รู้จริง แค่ไหน ถึงไปวุ่นวายกับชีวิตคนอื่น บางคน หลงตัวเอง คิดว่าผ่านโลกมาเยอะ ต้องเก่ง ต้องรู้ทุกเรื่อง ใครมีปัญหารีบ เสนอหน้า ทำตัวเป็นผู้พิพากษา ตัดสินว่าคนนั้น ผิ ด คนนี้ ถู ก ทั้งๆ ที่ไม่มีใครถาม ทุกคนมี เหตุผล ส่วนตัว ถ้าเราไม่ได้อยู่ ณ จุดนั้น ยิ่งไม่ควรพูดเยอะ บางทีตัวเองยัง “ไม่ รอด” ดันไปหาทางออก ให้เรื่องชาวบ้าน จะให้คำปรึกษา ต้องแน่ใจว่าเขาอยากฟัง ไม่ใช่ไปวุ่นวายเรื่องคนอื่น เพราะแค่อยากรู้อยากเห็น ยุ่งเรื่องชาวบ้าน โดยที่ไม่มีใครต้องการ เขาอาจไม่มองว่า เ ก่ ง แต่จะมองว่า เ สื อ ก รู้… แต่ไม่ทำ มีค่าเท่ากับ ไม่รู้ พร่ำสอนคนอื่นไปเรื่อยเปื่อย...
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ตอนอายุได้ 74 ปี เขียน “ชรากถา” น่าคิด กฏของการใช้ชีวิตในวัยทองอย่างมีความสุข 1 อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัว และเป็นอิสระ 2 ถือครองเงินฝากธนาคาร และทรัพย์ไว้กับตัวเอง 3 อย่าไปคาดหวังว่า ลูกเต้าจะดูแลตอนแก่ 4 หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย 5 อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น 6 อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก 7 อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ 8 ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ 9 ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ 10 ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่ง ต า -ย “Secret of old age”30 ข้อ สำหรับผู้เข้าสู่วัยชรา 1 อย่ากลัวความแก่ 2 อย่าเสียใจที่แก่ 3 รีบหาความสุขเมื่อยังมีความสามารถ 4 อย่ารอหาความสุขก่อนจะเสียดายภายหลัง 5 รีบไปเที่ยวตามสถานที่ๆ อยากไป 6 หาเวลาเจอเพื่อนเก่า 7 เงินที่เก็บไว้ในธนาคาร ต า ยแล้วเอาไปไม่ได้ 8 สังสรรค์กับเขาเพราะเวลาเหลือน้อย 9 ใช้เงินหาความสุขเมื่อยังมีชีวิต 10 อยากกินอะไรที่ชอบก็กิน 11 หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ 12 กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ 13 การ เ จ็ บ ป่ ว ย เป็นเรื่องธรรมดา 14 อย่าวิตกกลัวกับความ เ จ็...
ถ้ารู้สึก “เบื่องาน” เมื่อไหร่ ลองไปนั่งดู “คนมาสมัครงาน” หรือ “คนมานั่งรอสัมภาษณ์” ที่บริษัท จะเห็นเลยว่า มีคนอีกมากมาย ที่อยากได้ทำงานแบบที่เราทำอยุ่ ถ้ารู้สึกว่า “ยังไม่รวย” ลองไปดูคนจนที่หาเช้ากินค่ำ คนที่ไม่มีเงินติดกระเป๋า คนที่ต้องนอนบ้านสังกะสี ที่แทบกันลมกันฝนอะไรไม่ได้เลย ถ้ารู้สึก “ไม่ค่อยมีความสุข” ลองเดินเข้าไปในโรงพยาบาล จะเห็นคนป่วยนอนให้น้ำเกลือ นอนให้ออกซิเจนเต็มไปหมด คนป่วยที่อยากแค่เดินได้ และแข็งแรงเหมือนเรา บางทีเราก็ “เผลอ” คิดว่าเรายัง “ขาด” อีกมากมาย ทำให้เราไม่มีความสุข แต่จริงๆ แล้ว ยังมีคนอีกมากมาย ที่ขอแค่ “มี” เท่าที่เรามี เขาก็สุขใจที่สุดแล้ว ดังนั้น “อย่ามัวมองหาความสุขจากสิ่งที่ขาด จนพลาดความสุขจากสิ่งที่มี” ความจริงแล้ว คนเรามีพลังบวกอยู่ในตัวโดยธรรมชาติ แต่เรามักจะทำลายพลังบวกนั้นด้วยการคิดมาก เบื่อ นอยด์ สิ่งที่คุณต้องทำคือ เลิกคิดมาก เลิกเบื่อ เลิกนอยด์ ความทุกข์นั้นมนุษย์เราสร้างขึ้นมาเองในใจเป็นส่วนใหญ่ เรื่องที่ทำให้เราทุกข์นั้นมาทำแป๊บเดียว แต่ที่เหลือ เราทำตัวเราเองทั้งนั้น ตัวอย่างเช่นแฟนทิ้ง มันก็ทิ้งเราแป๊บเดียว คือบอกว่าเทล่ะนะแล้วก็ไป ที่เหลืออีกนานนับเดือนนับปีที่เราเสียใจ ก็เป็นที่เรานั่งคิดนั่นเอง ส่วนแฟนนั้นไปไหนๆ นานแล้ว คนที่เรารักจากไป ก็แค่แป๊บเดียว เมื่อตะกี้ยังอยู่ ตอนนี้จากไปแล้ว ก็ร้องไห้ให้ไปแล้ว แต่ยังไม่จบ เราก็มานั่งคิดถึง นั่งร้องไห้ต่อไป ทั้งๆที่เรื่องมันจบไปแล้ว ดูอย่างเรื่อง คู่ ก ร ร ม อังศุมาลินเสียใจไม่รู้จบ ทั้งๆที่โกโบริจากไปถึงไหนแล้ว ไม่รับรู้อะไรแล้ว มีแต่แม่อังนั่นแหละ ที่นั่งคิดนอนคิด เสียใจไปตลอดชีวิต ไม่รู้จบ เรื่องมันก็แค่นี้แหละ อยากมีความสุข อยากมีพลังบวก ให้หัดหยุดคิดถึงเรื่องอดีต หยุดตัดพลังบวกของตัวเอง หยุดคิดเรื่องเศร้า หยุดคิดเรื่องเครียด ง่ายๆแค่นั้น หยุดคิดเรื่องไม่เป็นประโยชน์กับตัวเรา ชีวิตเราก็เปลี่ยน ลองทำดูนะ ที่มา : http://lifeinfomations.com
5 ไม่คำ ที่คุณควรพูด หากทำได้ชีวิตจะดีขึ้นแน่นอน ไม่รอ รอเกษียณก่อน รอเก็บให้ครบสิบล้านร้อยล้านก่อน รอให้ลูกโตก่อน รอให้ผ่อนบ้านเสร็จก่อน เราจำเป็นต้องรอทั้งชีวิตเหรอ? สุดท้าย…คงได้รอจนถึงพิธีอำลาชีวิตของเราเอง ทุกคนต้องจากโลกนี้ไปแน่นอน แต่อย่ารอจนต้องจบด้วยความเสียดายหรือเสียใจ สิ่งที่คิดจะทำก็จงทำ อย่ารีรอ อยู่ให้มีความสุขกับชีวิตกันดีกว่า ไม่ยุ่ง บนโลกใบนี้ แม้จะขาดใครไป ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่นอน โลกก็หมุนของมันไปทุกวัน ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ขึ้นลงตามปกติ สังคมก็ยังเดินหน้าต่อไป ทุกคนก็มีชีวิตในแบบฉบับของตนเอง จำไว้..ดูแลตัวเองให้แข็งแรง ให้มีความสุข อยากเที่ยวที่ไหนก็หาโอกาสไปเถอะ ไม่ต้องไปเที่ยวยุ่งกับคนอื่นโดยไม่จำเป็น คุณอยากยุ่ง เคยถามเขาหรือเปล่า ว่าเขาอยากให้เรายุ่งกับเขาไหม! ไม่ดู ปกติเรามองดูด้วยตาสองข้าง ลองมองด้วยตาข้างเดียวบ้าง เรื่องบางเรื่อง รู้ดีรู้มากเกินไป ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป อย่าไปคิดแต่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ทุกๆคนก็มีวิถีชีวิตของตนเอง ลูกหลานโตแล้ว ย่อมมีความสุข ในแบบฉบับของเขา อย่าไปยุ่งเขาเลย ไม่ทำ ไม่ทำเรื่องไม่ดี ไม่ทำเรื่องไร้สาระ สิ่งที่ยากเกินความสามารถ ถ้าทำไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่ต้องทำ อะไรที่คิดว่าทำแล้วจะเสียใจทีหลัง ก็จงหันหลังให้มัน เมื่ออายุเราเยอะขึ้นก็ต้องยอมรับสภาพ ดูความพอเหมาะ ต้องรู้จักบันยะบันยัง ไม่ให้ ให้ไม่ไหว ก็ไม่ต้องให้ ไม่ควรให้ ก็ยิ่งไม่ต้องให้ สำหรับลูกหลาน ยิ่งให้น้อย พวกเขาจะยิ่งขยันยิ่งฉลาด พยายามมาทั้งชีวิต เพียงเพื่อหาทุกสิ่งมาประเคนให้ลูกหลาน มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สอนลูกไม่เป็น ในที่สุด ลูกหลานก็คงเก่งแต่เรื่องงอมืองอเท้า ทำอะไรไม่เป็น หิวข้าวก็แค่อ้าปาก อยากได้เงินก็แค่แบมือ ทุกอย่างมาแบบสำเร็จรูป สุดท้าย จะกลายเป็นพวกไม่รู้คุณคน เป็นคนอกตัญญู ความวายวอดคงมาเยี่ยมเยือนแน่นอน เชื่อเถอะ ถ้าวางตัวเป็น อยู่อย่างสุขใจ ง่ายกว่าอยู่ทุกข์ใจ ขอบพระคุณที่มา : rugyim.com
10 เรื่องจริง สะท้อนคนใกล้ตัวของคุณ 1. คนที่ จริงใจ ที่สุด จะ คบเพื่อน น้อยที่สุด 2. คนที่ ฉลาด ที่สุด จะ อวดฉลาด น้อยที่สุด 3. คนที่ เก่ง ที่สุด จะ หวงวิชา น้อยที่สุด 4. คนที่ ใจกว้าง ที่สุด จะทำดีเอาหน้า น้อยที่สุด 5. คนที่เห็น ค่าตัวเอง ที่สุด จะ เรียกร้อง จากคนอื่นน้อยที่สุด 6. คนที่ ผลงานดี ที่สุด จะวิจารณ์ น้อยที่สุด 7. คนที่ พัฒนาเร็ว ที่สุด จะ อีโก้ น้อยที่สุด 8. คนที่ เป็นอิสระ ที่สุด จะแคร์ น้อยที่สุด 9. คนที่ รวยที่สุด จะ โอ้อวด น้อยที่สุด 10. คนที่ มีความสุข ที่สุด จะ ใช้ชีวิตยุ่งยาก น้อยที่สุด ขอบคุณที่มา : rugyim.com
ผู้ชายที่พูดจาไม่เพราะกับลูก อย่าเลือกเขาเป็นคู่ชีวิต ความรักปั๊บปี้เลิฟนั้นน่ารัก แต่เกือบ 90% มันยังไม่ใช่ความรัก การมีความรักเป็นเรื่องที่ดี ยกเว้นเมื่อรักใครสักคนมากจนลืมรักตัวเอง แม่ไม่ห้าม ถ้าลูกจะเรียนรู้ผู้คน การสะสมความรักตั้งแต่เด็ก จะทำให้ดวงตาเจ้าเบิกกว้างพอ ในวัยที่ต้องเลือกคู่ครองที่แท้จริง นุ่งสั้น ถ้าลูกแฮปปี้กับมัน แต่จงอย่าลืมว่ามี ดวงตาหมาป่าซ่อนอยู่ในทุกที่ ผู้ชายในผับ มีไว้ให้บริหารเสน่ห์และรู้เท่าทัน มิใช่เพื่อลากขึ้นเตียง ผู้ชายดีๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องสมุด ถ้าลูกดวงตาเบิกกว้างพอ ลูกจะแยกออกเองว่า ใครคือหมาป่า ใครคือทาร์ซาน สำราญกับชีวิตเสียให้พอเมื่อยังเป็นวันรุ่น การเสียคนและใจแตกตอนแก่เป็นเรื่องไม่งาม ทาลิปสติกสีน้ำตาลหรือสีดำบ้างก็ได้ ถ้าลูกรู้สึกไม่เอนจอยกับชีวิต ลิปสติกสีชมพูและแดง แม่ว่ามันเลี่ยนจะตๅย ไม่จำเป็นต้องยิ้มหวานให้ผู้ชายห่วยๆ แต่เก็บนิ้วกลางของลูกไว้ เพื่อเป็นการรักษามารยาทก็พอ ผู้ชายที่พูดไม่เพราะกับลูก จงอย่าเลือกมาเป็นคู่ชีวิต เพราะวันหนึ่งน้ำคำจะทำ ร้ า ย กัน จนไม่เหลือสิ่งใดให้ทะนุถนอม และอย่าใส่บิ๊กอาย กับขนตาปลอมตลอดเวลา ความรักแท้จะมองเห็นลูกได้ชัดเจนกว่า ถ้าลูกเป็นธรรมชาติมากพอ 5 วิธี เลือกแฟนใหม่ให้ดีกว่าแฟนเก่า ทำยังไงให้ไม่เข้าอีหรอบเดิม! มาฝากเพื่อนกันแล้วค่า มาดูกันว่าเลือกแฟนใหม่แบบไหน ให้ได้ดีกว่าเดิม? 1.เลือกนานๆ อย่าเพิ่งรีบคบกัน เป็นเพื่อนกันไปก่อน ดูกันไปเรื่อยๆ อย่าเร่งรีบ ไว้ใช่จริงๆ คอยตกลงปลงใจกันก็ยังไม่สาย แต่ถ้าเขารอไม่ได้ ก็เซย์กู๊ดบายไปเลย อย่าไปแคร์จ้า 2.เลือกคนที่มีอนาคต คนที่มีอนาคตดูไม่ยาก ก็คือคนมีมีความขยันหมั่นเพียร ใฝ่เรียนรู้ มีความมุ่งมั่นกับชีวิต และชอบวางแผนถึงวันข้างหน้าเสมอ 3.เลือกคนที่เหมือนกับคุณ คุณต้องเลือกคนที่มีนิสัยคล้ายๆ กับเขา เข้ากับคุณได้ที่สุด อย่าเลือกคนที่มีนิสัยตรงกันข้ามมา เพราะสุดท้ายแล้วคุณจะพบกับปัญหาในสักวัน 4.เล่าให้เขาฟังว่า คุณเคยอกหักมาอย่างไร บอกเขาให้ได้รับรู้เลยว่าฉันเคย เ จ็ บ มาแบบนี้ และไม่ต้องการที่จะเจอเรื่องแบบนั้นอีก ทำให้เขารู้ว่าฉันจริงจังนะ ถ้าไม่จริงจังกับฉันก็อย่าเข้ามา เพราะฉัน เ จ็ บ มามากพอแล้ว เป็นการแสกนเขาไปในตัวด้วยค่ะ ถ้าเขารู้อย่างนี้แล้วยังเลือกที่จะอยู่กับคุณ นั่นแสดงว่าเขามั่นใจว่าจะไม่ทำให้คุณเสียใจแบบเดิมอีกแน่นอน 5.ดูวิธีแก้ปัญหาของเขาเมื่อเกิดการทะเลาะ หนึ่งในคำทำนายอนาคตว่าที่แฟนที่ดีข้อหนึ่งคือ ดูว่าผู้ชายคนนี้แก้ปัญหาอย่างไรเวลามีเรื่องทะเลาะกัน ถ้าเขาใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกถึง อั น ต ร า ย ถ้าเลือกเป็นแฟนกับเขา แต่ถ้าคุณเจอคนที่ใจเย็นและแก้ปัญหาตรงจุด ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ คนนี้แหละ ใช่แน่นอน เขียนโดย : พึงเนตร อติแพทย์ ขอบพระคุณแหล่งที่มา : rugyim.com
เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ คนพูดได้ดี ไม่สู้ทำได้ดี น้ำ หากไม่หยั่งคงไม่รู้ว่าลึกเพียงใด? คน หากไม่คบคงไม่รู้ว่าใครดีใคร ร้ า ย ? คบหากันระยะสั้น ดูที่อารมณ์ คนหากับระยะยาว ดูที่คุณธรรม คนจริงใจ ยิ่งคบยิ่งเข้าใจ คนเสแสร้ง ยิ่งคบยิ่งถอดใจ จำไว้นะ ความเสแสร้ง ไม่มีทางแลกมาซึ่งความจริงใจ เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ พิสูจน์ใจคน พิสูจน์นิสัยคน เพราะพูดได้ดีไม่สู้ทำได้ดี ฉันมักห่วงเสมอว่าฉันจะสูญเสียใครไป แต่ฉันลืมถามไป ว่าจะมีใครกลัวสูญเสียฉันไปบ้าง? ผู้ชายเหมือนจิ้งจอก เลือกถูกคนย่อมได้รับการปกป้อง เลือกผิดคนก็ถูกรังแกไปทั้งชีวิต ผู้หญิงเหมือนงู เลือกถูกคนก็คลอเคลียเอาใจ เลือกผิดคนก็พ่นพิษใส่ เพื่อนเหมือนไฟ เลือกคบถูกคนก็ส่องสว่างไปทั้งชีวิต เลือกคบผิดคนก็ถูกเผาทั้งเป็น ว่ากันว่า วันใดเกิดเรื่อง จะรู้ว่าใครคือมิตรแท้ วันใดตกต่ำ จะรู้ว่าใครคบด้วยใจใครคบด้วยเงิน วันใดหมดผลประโยชน์ จะรู้ว่าใครยังอยู่ใครจากไป วันใดยากจน จะรู้ว่าใครแล้งน้ำใจใครมีน้ำใจ ที่มา : นุสนธิ์บุคส์
การดูแลพ่อแม่ ไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นการสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่ หลายคนคงมี ความกตัญญู อยู่ในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่า ใครจะมีมากหรือน้อยเพียงใด แต่คุณรู้หรือไม่ว่า การกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถสร้างบุญกุศล ให้กับตัวเราได้มากมายเลยทีเดียว หลายคนบ่นว่าเหนื่อย และหมดกำลังในการเลี้ยงดู พ่อแม่ที่ชรา ทำบุญกับพ่อแม่ดีกว่าคนอื่น หรือที่ไหนทั้งสิ้น ในทางโลกล้วนได้รับการสรรเสริญ ในทางธรรมล้วนได้รับการยกย่อง ทำบุญกับลูกด้วยมิหวังผลไม่ได้คิดว่า จะได้อะไรตอบแทนเต็มบุญเลยที่ได้ทำ แม้แต่สัตว์เลี้ยง หรือไม่ได้เลี้ยง เราให้อาหารให้ความรักเลี้ยงดู ให้เมตตาไม่ได้หวังผลตอบแทน เพียงเห็นเขาอิ่มมีความสุข จิตใจเรามีแต่สูงขึ้นๆๆๆ กิเลสไม่ดีแทรกตัวยาก อย่ามองว่าเป็นภาระ แต่ให้มองว่า เรากำลังสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่ วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ 1 เลี้ยงดูท่านยามชรา เอาใจใส่การกินอยู่ หลับนอนของท่านไม่ให้เดือดร้อน เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ท่านแก่ เช้าวันใหม่ท่านแก่ไปอีกวันแล้วเรารู้ว่าท่านแก่ทุกวันก็แล้วกันจะได้ตอบแทนได้ทุกวัน 2 ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน ช่วยแบ่งเบาภาระ ของท่านเพื่อให้ท่านมีโอกาสพักผ่อน เพราะท่านเหนื่อยมามากแล้วหรือเปิดโอกาสให้ท่าน ได้เข้าวัดฟังธรรมะ 3 รักษาวงศ์ตระกูลที่ท่าน ดำรงอยู่ได้นานๆ คือ ทำความดีนั้นเอง 4 ประพฤติตนดีควรแก่ การรับมรดก ไม่ใช่อยู่เพื่อหวังมรดก 5 เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้อย่างสม่ำเสมอ แม้ท่านจะเกิดในภูมิที่สูงกว่าหรือไม่สามารถรับกุศลได้ การระลึกและแผ่เมตตาจิตให้แก่พ่อแม่เป็นมงคลอันประเสริฐ อานิสงส์ ของการดูแลพ่อแม่ และผู้มีพระคุณ 1 มีความอดทน 2 เป็นคนมีสติ รอบคอบ 3 เป็นคนมีเหตุผล 4 พ้นทุกข์ได้ 5 พ้นภัยได้ 6 ได้ลาภ โดยง่าย 7 ปลอดภัย ในยามคับขัน 8 เทวดารักษา 9 ได้รับการยกย่องสรรเสริญ 10 มีความเจริญก้าวหน้า 11 ถ้ามีลูกก็จะได้ลูกที่ดี 12 ทำให้มีความสุข 13 เป็นตัวอย่างอันดีแก่ คนรุ่นหลัง ใครที่รู้ตัวว่ายังทำหน้าที่ของลูกไม่ดีพอ เริ่มใหม่ตั้งแต่วันนี้ ยังไม่สาย กลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ เอาใจใส่ท่านให้มากๆ เหมือนกันที่ท่านดูแลเรา รับรองว่าชีวิตของคุณจะดีขึ้นอีกเยอะ เพราะ สิ่งที่ท่านได้รับกลับมาคือ รอยยิ้มและความสุขทางจิตใจ ที่หาไม่ได้จากที่อื่นแน่นอน ขอบพระคุณแหล่งที่มา : me-panya.com
จะไปค้างสักคืนหนึ่ง แม่ไม่ค่อยสบาย คุณจะขับรถไปส่งฉันหน่อยได้ไหม ฝนตกหนักแบบนี้ ไปรถโดยสารไม่สะดวกเลย”.. สามี.. ซึ่งหน้าตาบูดบึ้งมาตั้งแต่เช้า ไม่ตอบภรร.. แต่กลับกระชากเสียงถามกลับไปว่า.. “เมื่อวาน เธอซื้อเสื้อใหม่มาใช่ไหม..เธอรับปากฉันแล้วนะว่าจะไม่ใช่เงินฟุ่มเฟือยเรายังต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ส่งลูกเรียนค่าใช้จ่ายเยอะแยะ.. ทำไม..ไม่ช่วยกันประหยัด!!” ภรร ..พูดออกมาเสียงเบาๆ อย่างคนรู้สึกผิดว่า “ที่แท้..คุณโกรธเรื่องนี้นี่เอง”.. ภรร.. ก้มหน้าจัดเสื้อผ้าเงียบๆ แล้วบอกสามีว่า.. “วันนี้ มีรถโดยสารเข้าเมืองแค่เที่ยวเดียวฉันคงต้องรีบไปแล้วหละ..คุณไม่ต้องไปส่งก็ได้..” แล้วเธอก็ออกบ้านไป โดยสามีไม่สนใจเลย เพราะยังโกรธอยู่มาก.. ประมาณครึ่งโมงผ่านไป.. สามีได้ยินเสียงเอะอะ บนถนน.. จึงออกไปดู แล้วจึงได้ยินผู้คนตะโกนกันว่า ฝนที่ตกหนัก เซาะตลิ่ง จนสะพานเข้าเมืองได้ขาดลง มีรถเมล์คันหนึ่ง ตกลงไปในน้ำด้วย.. สามี..ได้ยินดังนั้น ตกใจมาก กระโดดออกจากบ้านไปทันที เมื่อไปถึงแม่น้ำ.. รถเมล์ที่ถูกเก็บกู้จากน้ำ เหลือเพียงซากเหล็ก สัมภาระกระเป๋าต่างๆ ของผู้โดยสารกระจัดกระจาย มีการหามร่างผู้เ ค ร า ะ ห์ ร้ า ย คนแล้วคนเล่า ขึ้นมาจากแม่น้ำ.. ชายหนุ่ม เฝ้ามองหาภรร .. ก็ไม่พบ ก็เสียใจเจียนสิ้นสติ.. เฝ้าถามหน่วยกู้ภัยที่ทำงานอยู่ ว่า “เห็นภรรผมบ้างไหม ๆๆๆเธอใส่เสื้อสีแดง กางเกงสีดำ” ทุกคนส่ายหน้า… บอกว่าไม่เห็น เวลาผ่านไปจนเกือบเย็น กู้ภัย หยุดการทำงาน เพราะไม่มีผู้ เ สี ย ชี วิ ต ที่หาพบแล้ว จึงบอกชายหนุ่มว่า.. “หักห้ามใจเถอะนะภรรคุณ คงโดนน้ำพัดไปไกลแล้ว”. ชายหนุ่มเดินกลับบ้าน เหมือนคนไม่มี วิ ญ ญ า ณ ร้องไห้ไป คร่ำครวญไปตลอดทาง ในใจของเขา เฝ้าแต่คร่ำครวญว่า “ทำไมๆๆๆ เราไม่ขับรถไปส่งเธอนะ… เราไปด่าเธอทำไมว่าใช้เงินฟุ่มเฟือย เสื้อตัวเดียว มันจะราคาเท่าไหร่กัน” แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คาดไม่ถึงว่า.. ภรรกลับนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มีอาหารอยู่บนโต๊ะ.. ในมือเธอ มีเสื้อกันหนาวเก่าตัวหนึ่ง ซึ่งเธอกำลัง เย็บซ่อมชายเสื้อที่รุ่ยอยู่.. “คุณไปไหนมาคะ...
อย่ารักคนที่ไม่เห็นค่า เพราะมันคือการดูถูกตัวเอง การดูถูกตัวเอง คือ การกระทำที่ทำให้คุณมีสภาพการที่แย่ลงกว่าเดิม เพราะเป็นช่วงที่คุณไม่ได้รักตนเอง ลงโทษตนเอง และดูถูกตนเอง ความสำเร็จต่างๆ ก็จะห่างไกลออกไปทุกที ทุกที เมื่อคุณคิดในแง่ลบกับตนเองจะขาดซึ้งสติยั้งคิด ในการพิจารณาบ่อเกิดของปัญหา มันยิ่งทำให้ปัญหา ” เ ล ว ร้ า ย ‘ลง เมื่อปัญหาชีวิตเดิมไม่ได้แก้ไข เมื่อมีปัญหาใหม่เข้ามาทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ท้อแท้เสียก่อนแล้ว ทำให้ปัญหาเดิมไม่ได้แก้ไข ปัญหาใหม่ก็เตรียมก่อตัว ปัญหายิ่งพอกพูนจนยากที่จะแก้ไข อันเป็นการสร้างปมด้อยให้ตนเองไปโดยปริยาย การดูถูกตนเอง กล่าวโทษตนเอง ดุด่าตนเอง เมื่อทำบ่อยครั้งเข้า จะทำให้ร่างกายและจิตของคุณบันทึกความล้มเหลว ความท้อแท้ของคุณไว้ จิตและสมองของคุณไม่ได้แยกแยะว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่กับตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านบวก หรือด้านลบ จิตกับสมองของคุณจะสนับสนุนความคิดนั้น ให้เกิดเป็นความจริง ยิ่งคุณคิดดูถูก กล่าวโทษตนเองซ้ำๆ ซ้ำๆ จะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้คุณขาดความมั่นใจ เมื่อจะทำอะไรใหม่ๆ ก็จะท้อแท้ไปเสียก่อนแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำ ณ ตอนนี้ก็คือ “เลิกดูถูกตนเอง จงคิดว่าคุณนั่นแหละเจ๋ง และแน่จริง” “ยัดเยียดความรักให้คนที่ไม่ต้องการ” คือการดูถูกตัวเอง “ตามง้อคนที่ไม่แคร์เรา” คือการดูถูกตัวเอง “ยอมเสียความเป็นตัวเองเพื่อให้เขาชอบ” คือการดูถูกตัวเอง “ยอมเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า” คือการดูถูกตัวเอง “ทุ่มเทให้คนที่ไม่เห็นค่าเรา” คือการดูถูกตัวเอง “เหนี่ยวรั้งคนที่อยากไป” คือการดูถูกตัวเอง “เลือกคนที่ไม่ดีพอ” คือการดูถูกตัวเอง อย่า “รัก” ใครบางคน ถ้ามันคือการ “ดูถูกตัวเอง” เพราะเขาก็จะ “ดูถูก” และไม่เห็นค่าเราเช่นกัน “การดูถูกและ ทำ ร้ า ย ตนเอง มีแต่จะทำให้คุณแย่ลง จงรักตนเอง แล้วโลกนี้จะเป็นของคุณ” ขอบพระคุณแหล่งที่มา : ifeinfomations.com

MOST POPULAR

HOT NEWS